เรียนรู้ Edge Impulse

Edge Impulse
Edge AI คือการพัฒนาและปรับใช้อัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโปรแกรมบนอุปกรณ์ Edge หรืออุปกรณ์ปลายทาง มันเป็นรูปแบบหนึ่งของ Edge Computing ที่ข้อมูลจะถูกวิเคราะห์และประมวลผลใกล้กับจุดที่ข้อมูลถูกสร้างหรือเก็บรวบรวม Edge AI แตกต่างจาก AI บนคลาวด์ ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล
ใน Machine Learning (ML) ข้อมูลจะถูกป้อนเข้าสู่กระบวนการฝึก สำหรับ Supervised Learning จะมีการให้ป้ายกำกับความจริง (ground-truth labels) พร้อมกับแต่ละตัวอย่างด้วย อัลกอริทึมการฝึกจะทำการปรับปรุงพารามิเตอร์ (หรือที่เรียกว่า "น้ำหนัก") ในโมเดล ML โดยอัตโนมัติ
โครงการ ML ส่วนใหญ่จะมีลำดับขั้นตอนคล้ายกันในการ เก็บข้อมูล, ตรวจสอบข้อมูล, ฝึกโมเดล ML และปรับใช้โมเดลนั้น การปรับแต่ง (Optimization) อาจรวมถึงหลายกระบวนการเพื่อลดขนาดและความซับซ้อนของโมเดล ML เช่น การตัดโหนดที่ไม่สำคัญออกจากเครือข่ายประสาท, การทำ Quantization เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นบนฮาร์ดแวร์ราคาประหยัด และการคอมไพล์โมเดลให้รันบนฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง (เช่น GPU และ NPU)
Edge Impulse เป็นแพลตฟอร์ม Edge AI ชั้นนำสำหรับการเก็บข้อมูล, ฝึกโมเดล และปรับใช้โมเดลเหล่านั้นไปยังอุปกรณ์ Edge ของคุณ มันให้กรอบงานแบบ End-to-End ที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับ workflow ของ Edge MLOps ของคุณได้อย่างง่ายดาย
Create account https://edgeimpulse.com/

Create project

- ตั้งขื่อ
RT-Thread-Object-Detection


-
เลือก Target Device
Renesas RA8D1 (Cortex-M85 480MHz)
-
เริ่มต้น Project โดยกดปุ่ม
Add Existing Data


- ถึงตอนนี้เรายังไม่ต้อง upload Data นะครับ
- แนวทางการเก็บข้อมูล เลือกเมนู
Data acquisitionใน เมนูทางด้านซ้ายมือ สามารถนำเข้าข้อมูลโดยการ upload รูปภาพที่ได้เตรียมไว้ก่อน หรือสามารถเชื่อมต่อกับ โทรศัพท์มือถือ

โปรเจคตัวอย่าง AI-Safety in Workplace
วิธีเก็บข้อมูล วิธีที่ 1: เก็บข้อมูลด้วย มือถือ
- ขั้นที่ 1
- กด link
connect to deviceเพื่อเรียก QR code แล้วจึงใช้ โทรมือถือของเรา เชื่อมกับ platform ทำให้เราสามารถใช้ มือถือในการเก็บข้อมูล


-
การเก็บข้อมูลโดยใช้มือถือ สามารถจัดเก็บแบบ Realtime ได้

-
รูปที่เก็บมาได้ นั้น ยังมีการ Label นะครับ (ทุกรูปก่อนที่นำเข้าสู่กระบวนการ train ต้องมีการ Label เพราะเป็นแบบ Supervise)

-
ขั้นที่ 2 ลากขอบเขต Boundary
Note
Labeling หมายถึง การที่ นักวิเคราะห์ข้อมูล Datascience กำหนด Class ให้แก่วัตถุ
-
2.1) คลิกเลือกรูปภาพ ที่ต้องการ label ครับ ก่อนที่จะทำ label เราจะต้องสร้าง Boundary Box คลุม object ในแต่ละรูป ก็เหมือนกับหลายๆ platform ที่เราจะต้องกำหนด position ให้ เนื่องจากเป็นแบบ Supervise นะครับ
-
2.2) ภายใต้รูปขวามือ ที่เป็น Preview ใต้รูปภาพ จะมีชุดเครืองมีอ Tools ที่จะใช้

-
2.3) วาดรูปสี่เหลียม เมื่อได้ขนาดที่ต้องการแล้ว ให้ปล่อยมือ

-
2.3) กำหนด label จากตัวอย่าง
safety_hatก็สิ้นสุดกระบวนการ การ Label
-
2.4) เลือกรูปใหม่ และเริ่มต้นกระบวนการ 2.1 อีกครั้ง

-
2.5) เพิ่ม Class อีก Class นะครับ คราวนี้จะเลือกเป็นถุงมือ (Safety_Glove)

-
2.6) สามารถเลือกได้มากกว่า 1 object

- 2.7) เพิ่ม Class แว่นตานิรภัย อีก นะครับ
การแบ่งข้อมูลสำหรับการ Train
Data ที่เรา update ไปจะถูกแบ่งแยก ออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ Training Dataset และ Testing Data set ตามรูปด้านล่าง
- Training set สำหรับฝึกโมเดล
- Testing Data set สำหรับทดสอบความแม่นยำ

ขั้นตอน Impulse Design

- Input Block → รับข้อมูลดิบ เช่น รูปภาพ
- Processing Block → แปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปที่โมเดลเข้าใจได้ เช่น ย่อขนาด, ทำ normalization
- Learning Block → ฝึกโมเดล (เช่น Image classification, Object detection)
- Output Block → ผลลัพธ์สุดท้าย เช่น ระบุว่าเป็น hat / glass /glove หรือกรอบวัตถุในภาพ

- Step: Add Process Block

-
กด ปุ่ม
Add -
Step: Add a learning Block
เลือก Object Detection (images)
กด Add
กด Save Impulse จบขั้นตอนการสร้าง Pipe Line สำหรับ Traing
ขั้นตอนการสร้าง Generate Feature ของรูปภาพ

แต่ละจุดทาง ซ้ายมือ จะเป็นตัวแทนของ ตัวอย่างของ DataSet
ขั้นตอน Object Detection
- ขั้นตอนนี้เป็นการปรับแต่ Neural Network Setting
หมายเหตุ จากรูปด้านบน ให้แก้ GPU กลับไปเป็น CPU หาก ขั้นตอนมีการ Error



เข้าสู่ขบวนการ Training ต้องใช้เวลา ในการ Training เมื่อได้ Model ที่ Training เรียบร้อย เราก็จะเอา โมเดลกลับไป Save ใน micro sd card แล้วนำไปใส่ไว้ใน Reneses Vision Board ของเรา
Error ตอนเลือกให้เป็น GPU ให้เปลี่ยนกลับมาเป็น GPU

Training เสร็จเรียบร้อย

เข้าสู่กระบวนการทดสอบ Model Testing
เมื่อทำการ Train เรียบร้อย แล้ว

จะนำ model ที่ได้ ไปทำการ ใปใช้กับข้อมูลที่ได้แยกออกไว้สำหรับการ Test Data
โอ้ Accuracy ได้น้อยเกินไป
ต่อไปก็จะเป็นการนำโมเดลไปใช้ โดยทาง Edge Impulse สามารถ Optimize ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่นำเอาไปใช้
ขั้นตอน Deployment
เลือก Deployment ค้นหาคำว่า OpenMV library
กดปุ่ม Build ลุยๆๆ ไปเลยครับ

Download model ที่เรากำหนดให้มีการ Deploy สำหรับ OpenMV
Share File ไว้ให้ใน Google Drive

https://drive.google.com/file/d/1qCkuNcVtSeblmDeEmcPwPb9ZeelRQ8Ra/view?usp=sharing
รับคำแนะนำสำหรับการ integrate library หรือ การนำไปใช้
https://docs.edgeimpulse.com/tutorials/topics/inference/run-openmv
ถ้าหากไม่ได้ทำเอง ก็ให้ไป Download model จาก Google Drive

นอกจาก File zip ที่ Download มานั้นจะมี model แล้วนะครับ ก็ยังมีตัวอย่าง File การใช้งานมาด้วย ตามตัวอย่าง Code ด้านล่างนี้ เปลี่ยนชื่อ File ให้สอดคล้องการการใช้งาน นี้ ให้ Copy ไปใส่ไว้ใน OpenMV IDE (ei_object_detection.py -> edge_impulse_security_model.py) และเปลี่ยน ml ไปใช้ tf.
สรุปสั้น ๆ
- Firmware ใหม่ (ปี 2023 เป็นต้นไป) ใช้ ml.Model()
- Firmware เก่า (ก่อน 2023) ใช้ tf.load()
👉 ถ้ากล้องคุณเป็น OpenMV H7 เฟิร์มแวร์เก่า → ใช้ tf เท่านั้นครับ
- เมื่อใส่ SD Card เรียบร้อยนะครับ ให้ run python script เพื่อทดสอบว่า OpenMV เข้าถึง SD Card ก่อน จะ Run model
| list_file_SDcard.py | |
|---|---|
ต่อมาให้ นำ Code edge_impulse_security_model.py ไปรันใน OpenMV